ซื้อที่ดินโดยรู้อยู่ว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ ต่อมา อ.บ.ต.ห้ามมิให้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกเงินค่าที่ดินพร้อมดอกเบี้ยคืนจากผู้ขายหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7464/2555

     โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา

ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

     จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

     ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา

ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 6 กันยายน  2549) เป็นต้นไปจนกว่า

จะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

     จำเลยอุทธรณ์

     ศาลอุทธรณ์ภาค 7  พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาล

ให้เป็นพับ

     โจทก์ฎีกา

     ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม

2547 โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์เนื้อที่ 1 ไร่ จากจำเลยราคา

150,000 บาท ต่อมาองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสำราญห้ามมิให้โจทก์เข้าครอบครอง

ทำประโยชน์ในที่ดิน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเงิน

ค่าที่ดินพร้อมดอกเบี้ยคืนจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์

จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305

บัญญัติว่า  ทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่

อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา การที่โจทก์จำเลยทำสัญญา

ซื้อขายที่ดินพิพาทแก่กัน  จึงเป็นการทำนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้าม

ชัดแจ้งโดยกฎหมาย สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 150  และมีผลเป็นการเสียเปล่าเท่ากับโจทก์จำเลยมิได้ทำสัญญาซื้อขายกันและต้องคืน

ทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรมแก่กันโดยให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้

บังคับตามมาตรา 172 แต่การที่โจทก์ชำระราคาที่ดินพิพาทแก่จำเลยตามสัญญาซื้อขาย

โดยรู้อยู่แล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์  ถือว่าเป็นการกระทำตามอำเภอใจ

เหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ทั้งยังเป็น

การฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายตามมาตรา 407 และมาตรา 411 โจทก์จึงไม่มีสิทธิ

จะได้รับคืนราคาที่ดินที่ชำระแก่จำเลยดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้อง

โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

     พิพากษายืน  ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

 

     (ฉัตรไชย  จันทร์พรายศรี  -  นิยุต  สุภัทรพาหิรผล  -  ธีระพงศ์  จิระภาค)

Visitors: 38,617